อยากตีพิมพ์ต้องอ่าน! เคล็ดลับ [การทำบทความวิจัย] ให้ผ่านฉลุย ไม่โดน Reject

เคยไหม? ความรู้สึกที่ว่า “เย้! ทำเล่มวิจัยจบแล้วโว้ยยย” แต่ความดีใจนั้นอยู่ได้แค่แป๊บเดียว เพราะอาจารย์ที่ปรึกษาก็เดินมาสะกิดไหล่แล้วกระซิบเบาๆ ว่า… “อย่าลืมทำบทความส่งตีพิมพ์ด้วยนะลูก”

วินาทีนั้นโลกเหมือนถล่มลงมาตรงหน้า! แค่ทำเล่มหนาๆ ก็แทบกระอักเลือดแล้ว นี่ต้องมาย่อให้เหลือไม่กี่หน้า แถมต้องไปสู้รบกับ Reviewer ผู้ทรงคุณวุฒิอีกเหรอเนี่ย? ใจเย็นๆ ก่อนนะทุกคน อย่าเพิ่งแพนิคไป เพราะวันนี้เราจะมาแชร์ทริค [การทำบทความวิจัย] แบบจับมือทำ เปลี่ยนเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องที่ “เป็นไปได้” รับรองว่าอ่านจบแล้วจะมีไฟลุกโชนแน่นอน!


เข้าใจก่อนเริ่ม: บทความวิจัย ไม่ใช่การ Copy-Paste เล่มใหญ่!

ความเข้าใจผิดอันดับ 1 ของมือใหม่คือ คิดว่า [การทำบทความวิจัย] คือการก๊อปปี้ทุกอย่างในเล่ม Thesis มาแปะๆ แล้วปรับฟอนต์ให้เล็กลง… หยุดความคิดนั้นเดี๋ยวนี้ครับ!

ให้คิดภาพตามง่ายๆ:

  • เล่มวิจัย (Thesis/IS): คือ “บุฟเฟต์” มีทุกอย่าง รายละเอียดแน่น เอาน้ำเอาเนื้อมาหมด

  • บทความวิจัย (Research Article): คือ “อาหารจานเด็ดแบบ Fine Dining” ที่เชฟคัดมาเฉพาะส่วนที่ อร่อยที่สุด สำคัญที่สุด และ น่าสนใจที่สุด มาเสิร์ฟ

ดังนั้น หน้าที่ของเราคือ “การสกัด” เนื้อหา ไม่ใช่การย่อความเฉยๆ


5 ขั้นตอนเสกงานวิจัยลงวารสาร (ฉบับรวบรัด)

เอาล่ะ ถ้าพร้อมแล้วมาดู Step-by-Step กันว่าเราต้องโฟกัสตรงไหนบ้าง เพื่อให้งานของเราเข้าตากรรมการ

1. เลือก “เวที” ให้ถูกจริต (Target Journal)

ก่อนจะลงมือเขียน ต้องรู้ก่อนว่าจะไปแข่งที่ไหน วารสารวิชาการ (Journal) ในไทยมีหลายระดับ ส่วนใหญ่จะแบ่งตามฐานข้อมูล TCI (Thai-Journal Citation Index)

  • TCI กลุ่ม 1: เวทีใหญ่ ไฮโซ เข้มข้นสุดๆ (รอนาน ตรวจโหด)

  • TCI กลุ่ม 2: เวทีมาตรฐาน เป็นมิตรขึ้นมาหน่อย (เหมาะสำหรับมือใหม่)

ทริค: เข้าไปดูในเว็บไซต์ของวารสารนั้นๆ โหลด Template ของเขามาดู อ่าน “คำแนะนำสำหรับผู้เขียน” ให้ละเอียด ฟอร์แมตต้องเป๊ะตามเขา อย่าดื้อ!

2. โครงสร้างต้องแม่น (IMRAD Model)

โครงสร้างสากลที่ใช้กันทั่วโลกในการเขียนบทความวิจัย คือ IMRAD จำคำนี้ไว้ให้ดีครับ

  • I – Introduction (บทนำ): ทำไมต้องทำเรื่องนี้? ปัญหาคืออะไร? (เขียนให้รู้ว่าเรื่องนี้สำคัญนะ ไม่ทำไม่ได้แล้ว)

  • M – Methods (วิธีการดำเนินงานวิจัย): ทำยังไง? ใช้เครื่องมืออะไร? เก็บข้อมูลกับใคร? (เขียนให้กระชับ คนอ่านต้องเชื่อถือวิธีของเรา)

  • R – Results (ผลการวิจัย): เจออะไรบ้าง? (ใส่ตาราง กราฟ รูปภาพ ให้ดูง่ายๆ ไม่ต้องใส่ทุกตาราง เลือกเฉพาะที่เป็นไฮไลท์)

  • A – and

  • D – Discussion (อภิปรายผล): ผลที่ได้มันบอกอะไร? ตรงกับทฤษฎีไหม? ขัดแย้งกับใครหรือเปล่า? (ส่วนนี้สำคัญที่สุด! Reviewer จะเพ่งเล็งตรงนี้มากที่สุด)

3. ชื่อเรื่องต้องปัง บทคัดย่อต้องโดน

  • ชื่อเรื่อง: ต้องดึงดูด น่าสนใจ และมี Keyword ครบ

  • บทคัดย่อ (Abstract): เปรียบเสมือน “ตัวอย่างหนัง” คนจะอ่านต่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับย่อหน้านี้ ต้องสรุป วัตถุประสงค์-วิธี-ผล-สรุป ให้ครบภายใน 10-15 บรรทัด

4. เขียนให้ “มนุษย์” อ่านรู้เรื่อง

หลายคนพยายามใช้ภาษาเทพ ศัพท์แสงวิชาการที่ต้องปีนกะไดแปล เพื่อให้ดูฉลาด… แต่จริงๆ แล้ว บทความที่ดีคือบทความที่อ่านเข้าใจง่าย

  • ใช้ประโยคสั้น กระชับ ได้ใจความ

  • หลีกเลี่ยงคำฟุ่มเฟือย

  • เชื่อมโยงแต่ละย่อหน้าให้ลื่นไหล (Flow) เหมือนเล่าเรื่อง

5. การอ้างอิง… ห้ามมั่วเด็ดขาด!

เรื่องลิขสิทธิ์และการให้เครดิตคือเรื่องคอขาดบาดตายในวงการวิชาการ เช็คให้ดีว่าวารสารใช้รูปแบบไหน (APA, Vancouver ฯลฯ) แล้วทำให้ถูกทุกจุดน้ำปลา อย่าลืมตรวจสอบการลอกเลียนวรรณกรรม (Plagiarism) ด้วยโปรแกรมก่อนส่งเสมอ


รับมือกับ Reviewer (ผู้ทรงคุณวุฒิ) ยังไงไม่ให้จิตตก?

เมื่อส่งบทความไปแล้ว จะมีช่วงเวลาแห่งความเงียบ (Waiting Game) จากนั้นอีเมลแจ้งผลจะเด้งขึ้นมา! ส่วนใหญ่จะเจอผลลัพธ์ 3 แบบ:

  1. Accept: ผ่านโลด (ยากมากที่จะเจอในรอบแรก เหมือนถูกหวย)

  2. Major/Minor Revision: ให้แก้ไข (นี่คือข่าวดี! แปลว่าเขาสนใจงานเรา แค่ต้องปรับปรุง)

  3. Reject: ปฏิเสธ (อย่าเพิ่งท้อ หาที่ใหม่ส่ง! Harry Potter ยังโดนปฏิเสธตั้งหลายรอบ)

คาถาป้องกันใจ: อย่ามองคำคอมเมนต์ของ Reviewer เป็นการด่า แต่ให้มองเป็น “คำแนะนำจากรุ่นพี่” ที่อยากให้งานเราดีขึ้น แก้ตามทีละข้ออย่างใจเย็น แล้วเขียนตารางชี้แจงการแก้ไขส่งกลับไป รับรองว่าโอกาสผ่านสูงมาก!


บทสรุป: เหนื่อยหน่อย แต่มันคุ้มค่า!

[การทำบทความวิจัย] อาจจะดูวุ่นวายและใช้พลังงานเยอะในช่วงแรก แต่เชื่อเถอะว่าเมื่อวันที่เราเห็นชื่อตัวเองอยู่บนหน้าวารสาร หรือมีคนเอาบทความเราไปอ้างอิง มันเป็นความภูมิใจที่บอกไม่ถูกเลยล่ะ แถมยังเป็นใบเบิกทางที่ดีมากสำหรับการเรียนต่อหรือสมัครงานในอนาคตด้วย

หวังว่าบทความนี้จะช่วยปลดล็อกความกังวลของเพื่อนๆ นักวิจัยทุกคนได้นะครับ ใครมีคำถาม หรืออยากระบายความอัดอั้นตันใจตอนทำวิจัย คอมเมนต์คุยกันด้านล่างได้เลย เดี๋ยวมาช่วยตอบ! หรือถ้าเห็นว่ามีประโยชน์ ฝากแชร์ไปให้เพื่อนร่วมชะตากรรม (กลุ่มทำธีซิส) ได้อ่านกันด้วยนะ สู้ๆ ครับทุกคน!

บทความนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งขององค์ความรู้ที่เราเชี่ยวชาญ เรารับทำวิทยานิพนธ์และรับทำวิจัยครบวงจร ทั้งสังคมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ✅ รับประกันคุณภาพและความปลอดภัย 🔒

ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป ⚡ ทักไลน์ @thesiseasy เพื่อปรึกษากับเราได้วันนี้เลย! 💬